444 Ratchadaphisek Road,Huai Khwang, Bangkok

10.00AM - 06.00PM MONDAY TO FRIDAY

FOLLOW US:

DROP US A EMAIL:

info@augustarestaurant.net

ANY QUESTIONS? CALL US:

+ 66 2 512-3676

7, Sep 2026
Locally Sourced Ingredients เลือกวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างไรให้เหมาะกับเมนูและแนวคิดของร้านอาหาร

วัตถุดิบท้องถิ่นช่วยให้ร้านอาหารเชื่อมโยงเมนูกับฤดูกาล ผู้ผลิต และเอกลักษณ์ของพื้นที่ได้ แต่การเลือกใช้ให้เหมาะไม่ใช่แค่ซื้อของที่อยู่ใกล้ร้านที่สุด เจ้าของร้านควรพิจารณารสชาติ ความสด ความสม่ำเสมอ ความปลอดภัย ต้นทุน และความสอดคล้องกับแนวคิดร้านไปพร้อมกัน โดยเริ่มจากกำหนดบทบาทของวัตถุดิบในเมนู ตรวจสอบแหล่งผลิตและฤดูกาล ทดลองใช้จริง และสื่อสารที่มาอย่างตรงไปตรงมา แนวทางนี้ช่วยสร้างเมนูที่น่าสนใจและความสัมพันธ์กับชุมชน โดยไม่ละเลยคุณภาพและความคุ้มค่าทางธุรกิจ

วัตถุดิบท้องถิ่นคืออะไร และสำคัญต่อร้านอาหารอย่างไร

วัตถุดิบท้องถิ่นหมายถึงวัตถุดิบที่ผลิตหรือเก็บเกี่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงกับร้าน หรือมาจากแหล่งผลิตที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชนและภูมิภาคนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีระยะทางสากลเพียงค่าเดียวที่ใช้ตัดสินว่าอะไรคือ “ท้องถิ่น” ร้านจึงควรกำหนดความหมายให้ชัด เช่น ผลิตในจังหวัดเดียวกัน หรือมาจากกลุ่มเกษตรกรในภูมิภาคเดียวกัน แล้วใช้เกณฑ์เดิมอย่างสม่ำเสมอ

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติอธิบายว่า ระบบอาหารที่ยั่งยืนต้องคำนึงถึงความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่พิจารณาเพียงแหล่งที่มาของอาหาร ดังนั้น การซื้อวัตถุดิบใกล้ร้านอาจช่วยลดขั้นตอนการขนส่งและสนับสนุนผู้ผลิตในพื้นที่ แต่ไม่ได้รับประกันโดยอัตโนมัติว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าเสมอไป เพราะยังขึ้นอยู่กับวิธีผลิต บรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา และการขนส่งจริง

สำหรับร้านอาหาร การเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเหมาะสมจึงเป็นทั้งการตัดสินใจด้านรสชาติ การจัดซื้อ การบริหารความเสี่ยง และการสร้างเรื่องราวของแบรนด์ ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารริมทะเลอาจเลือกปลาและอาหารทะเลตามฤดูกาล ส่วนร้านในภาคเหนืออาจนำข้าว พืชผักพื้นบ้าน หรือสมุนไพรจากผู้ผลิตใกล้เคียงมาเป็นจุดเด่นของเมนู

หลักเกณฑ์เลือกวัตถุดิบท้องถิ่นให้เหมาะกับเมนู

การเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นให้เหมาะกับเมนู คือการจับคู่คุณลักษณะของวัตถุดิบกับวิธีปรุง ความต้องการของลูกค้า และระบบปฏิบัติงานของร้าน แนวคิดนี้ควรพิจารณาวัตถุดิบเป็นรายชนิด ไม่ใช่ใช้หลักว่า “ท้องถิ่นย่อมดีกว่า” กับทุกกรณี โดยประเมินอย่างน้อยห้าด้าน ได้แก่ รสชาติและคุณภาพ ฤดูกาลและปริมาณ ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ ต้นทุนรวม และความสอดคล้องกับแนวคิดร้าน

รสชาติ เนื้อสัมผัส และหน้าที่ในสูตรอาหาร

วัตถุดิบควรตอบโจทย์ทางอาหารก่อนเป็นอันดับแรก เช่น มะเขือเทศบางสายพันธุ์เหมาะกับการรับประทานสด ขณะที่บางชนิดให้เนื้อแน่นและรสเข้มเมื่อผ่านความร้อน ร้านควรทดลองทั้งรสชาติ กลิ่น สี เนื้อสัมผัส และผลลัพธ์หลังปรุงด้วยวิธีที่จะใช้จริง หากเปลี่ยนจากวัตถุดิบเดิม ควรปรับสูตรตามความชื้น ความหวาน ความเปรี้ยว หรือขนาดของวัตถุดิบ ไม่ควรสมมติว่าใช้ปริมาณเท่าเดิมแล้วจะได้ผลเหมือนกัน

สำหรับเมนูที่มีวัตถุดิบหลักเป็นจุดขาย เช่น แกงปลา สลัดผัก หรือของหวานจากผลไม้ ควรเลือกชนิดที่มีคุณภาพเด่นและเล่าแหล่งที่มาได้ ส่วนวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนประกอบเล็กน้อยอาจเลือกตามความคุ้มค่าและความต่อเนื่องของการจัดหา

ฤดูกาล ปริมาณ และความสม่ำเสมอ

วัตถุดิบตามฤดูกาลมักมีช่วงที่หาได้มากและคุณภาพเหมาะกับการบริโภค แต่ปริมาณอาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศ โรคพืช หรือผลผลิตของผู้เพาะเลี้ยง ร้านจึงควรถามผู้ผลิตถึงช่วงเก็บเกี่ยว ปริมาณขั้นต่ำ ความถี่ในการส่ง และแผนสำรองเมื่อผลผลิตขาดช่วง ก่อนนำวัตถุดิบนั้นไปเป็นหัวใจของเมนูที่ขายตลอดปี

ทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยง ได้แก่ ทำเมนูพิเศษตามฤดูกาล วางวัตถุดิบทดแทนที่ผ่านการทดลองไว้ล่วงหน้า หรือปรับเมนูเป็นรอบตามผลผลิตจริง การออกแบบเมนูยืดหยุ่นยังช่วยให้ร้านไม่ต้องฝืนซื้อวัตถุดิบที่คุณภาพลดลงในช่วงนอกฤดูกาล

ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ

วัตถุดิบจากแหล่งใกล้ร้านยังต้องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยเช่นเดียวกับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ร้านควรตรวจสอบข้อมูลผู้ผลิต วิธีเพาะปลูกหรือเลี้ยง การใช้สารเคมี การเก็บเกี่ยว การขนส่ง และการควบคุมอุณหภูมิสำหรับอาหารที่เน่าเสียง่าย แนวทางสุขลักษณะอาหารขององค์การอนามัยโลกเน้นหลักพื้นฐาน เช่น รักษาความสะอาด แยกอาหารดิบกับอาหารปรุงสุก ปรุงให้สุกอย่างเหมาะสม และเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ปลอดภัย

ร้านอาจเก็บข้อมูลชื่อผู้ผลิต วันที่รับสินค้า เลขล็อตหรือรอบการผลิต และเงื่อนไขการจัดเก็บไว้ในระบบจัดซื้อ การมีข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ติดตามปัญหาได้เมื่อพบสินค้าผิดปกติ และทำให้คำกล่าวอ้างเรื่องแหล่งที่มาน่าเชื่อถือขึ้น ทั้งนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านอาหารและฉลากที่เกี่ยวข้องกับประเภทธุรกิจและวัตถุดิบนั้นด้วย

ต้นทุนรวมและการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า

ราคาซื้อต่อหน่วยไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด ควรรวมค่าขนส่ง ค่าแรงในการคัดแต่ง อัตราของเสีย ค่าจัดเก็บ และผลกระทบจากปริมาณที่ไม่แน่นอน วัตถุดิบราคาสูงกว่าอาจคุ้มค่าหากมีคุณภาพดี ใช้ได้เกือบทั้งหมด และช่วยเพิ่มมูลค่าให้เมนู ขณะที่วัตถุดิบราคาถูกอาจมีต้นทุนจริงสูงเมื่อมีส่วนที่ต้องทิ้งมาก

ร้านสามารถชั่งน้ำหนักก่อนและหลังเตรียมอาหาร บันทึกของเสีย และคำนวณต้นทุนต่อจานจากปริมาณที่ใช้ได้จริง การนำส่วนที่กินได้มาใช้ในเมนูอื่นอย่างเหมาะสม เช่น ก้านผักทำเป็นน้ำสต็อก หรือผลไม้สุกงอมทำเป็นซอส ช่วยลดของเสียได้ แต่ต้องคงมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพ

ความสอดคล้องกับแนวคิดและลูกค้าของร้าน

วัตถุดิบควรสนับสนุนตัวตนของร้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นถิ่น ร้านที่เน้นเมนูตามฤดูกาล ร้านอาหารจากพืช หรือร้านที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับเกษตรกร การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีที่มาชัดเจนจะมีความหมายมากขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกับรสชาติ วิธีปรุง และประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ไม่ใช่ใช้เพียงเป็นข้อความโฆษณา

หากระบุว่าเป็นวัตถุดิบท้องถิ่น ควรบอกให้ตรงตามข้อเท็จจริง เช่น ระบุจังหวัด ชุมชน หรือชื่อผู้ผลิตเมื่อได้รับอนุญาต และหลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างเกินจริง เช่น ใช้คำว่า “ยั่งยืน” หรือ “ปลอดสาร” โดยไม่มีหลักฐานรองรับ

ประเภทของวัตถุดิบท้องถิ่นและการจับคู่กับเมนู

เมื่อทราบเกณฑ์เลือกแล้ว ขั้นต่อไปคือจับคู่ชนิดวัตถุดิบกับลักษณะเมนู ร้านอาจเริ่มจากกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ชัดเจนและจัดหาได้จริง ก่อนขยายไปยังรายการอื่น

ผัก ผลไม้ และสมุนไพรตามฤดูกาล

ผักและผลไม้เหมาะกับเมนูที่ต้องการความสด สีสัน และรสชาติเด่น เช่น สลัด ยำ เครื่องเคียง ของหวาน และเครื่องดื่ม สมุนไพรท้องถิ่นอาจช่วยสร้างกลิ่นเฉพาะให้แกง น้ำพริก หรือซอส ควรตรวจสอบขนาด ความสุก และความชื้น เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อปริมาณที่ใช้และผลลัพธ์หลังปรุง

ข้าว ธัญพืช และถั่วจากผู้ผลิตในพื้นที่

ข้าวและธัญพืชสามารถเป็นองค์ประกอบหลักที่บอกเอกลักษณ์ภูมิภาคได้ ควรทดลองหุงและเสิร์ฟในสภาพจริง โดยพิจารณากลิ่น ความนุ่ม ความร่วน เวลาหุง และการเปลี่ยนแปลงเมื่อเก็บร้อน ส่วนถั่วและธัญพืชอื่นอาจใช้ในเมนูมังสวิรัติ เครื่องเคียง หรือขนม ทั้งนี้ต้องแจ้งสารก่อภูมิแพ้ตามข้อกำหนดและแนวปฏิบัติของร้าน

เนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

เนื้อสัตว์ ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต้องพิจารณาทั้งคุณภาพ สวัสดิภาพสัตว์ วิธีจัดการฟาร์ม การขนส่ง และการควบคุมอุณหภูมิ ร้านควรสอบถามข้อมูลผู้ผลิตและกำหนดวิธีรับสินค้าให้เหมาะกับอาหารแช่เย็นหรือแช่แข็ง หากคุณภาพหรือปริมาณเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรวางแผนเมนูและผู้จัดหาสำรองไว้

ปลาและอาหารทะเล

ปลาและอาหารทะเลควรเลือกตามฤดูกาล แหล่งจับหรือเพาะเลี้ยง ความสด และวิธีจัดการหลังจับ ร้านอาหารใกล้ชายฝั่งอาจทำเมนูประจำวันตามชนิดสัตว์น้ำที่หาได้ แทนการยึดติดกับชนิดเดียวตลอดปี การถามผู้ขายถึงแหล่งที่มาและวันจับช่วยให้ร้านวางแผนเมนูและสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างรับผิดชอบ

วิธีสร้างระบบจัดซื้อจากผู้ผลิตท้องถิ่น

การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องต้องอาศัยระบบ ไม่ใช่การตัดสินใจซื้อเป็นครั้งคราว ร้านควรเริ่มด้วยการระบุวัตถุดิบที่จำเป็นต่อเมนู แล้วประเมินผู้ผลิตและทดลองการส่งมอบก่อนทำข้อตกลงระยะยาว

  1. จัดทำรายการวัตถุดิบสำคัญ พร้อมกำหนดคุณภาพ ขนาด ปริมาณ และช่วงเวลาที่ต้องการ
  2. ค้นหาผู้ผลิตผ่านเครือข่ายชุมชน ตลาดเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ หรือหน่วยงานท้องถิ่น แล้วตรวจสอบแหล่งผลิต
  3. ทดลองสั่งในปริมาณเหมาะสม ประเมินคุณภาพ ความตรงต่อเวลา อัตราของเสีย และการสื่อสาร
  4. ตกลงวิธีแจ้งปริมาณ ราคา รอบส่ง และแนวทางรับมือเมื่อผลผลิตขาดช่วง
  5. ทบทวนข้อมูลต้นทุนและคุณภาพเป็นระยะ พร้อมเปิดทางให้ร้านและผู้ผลิตปรับแผนร่วมกัน

ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารที่ทำเมนูผักเป็นหลักอาจร่วมกับเกษตรกรกำหนดรายการผักประจำสัปดาห์ แทนการสั่งชนิดเดิมทุกวัน ร้านจึงออกแบบเมนูตามผลผลิตจริง ส่วนผู้ผลิตก็ได้รับข้อมูลความต้องการล่วงหน้า วิธีนี้ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนได้ดีขึ้น แต่ควรมีวัตถุดิบทดแทนและเงื่อนไขการปรับเมนูเมื่อผลผลิตไม่เป็นไปตามคาด

ตัวชี้วัดสำหรับประเมินผลการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

ร้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบข้อมูลซับซ้อน แต่ควรติดตามตัวเลขพื้นฐานเพื่อดูว่าการเลือกวัตถุดิบตอบโจทย์จริงหรือไม่ ตัวชี้วัดที่ใช้ได้ ได้แก่

  • สัดส่วนรายการวัตถุดิบที่มาจากพื้นที่ตามนิยามที่ร้านกำหนด
  • ความสม่ำเสมอของคุณภาพและจำนวนครั้งที่ส่งมอบล่าช้าหรือขาดสินค้า
  • ต้นทุนต่อจานหลังรวมค่าขนส่ง การคัดแต่ง และของเสีย
  • ปริมาณวัตถุดิบที่ถูกทิ้ง และสัดส่วนที่นำไปใช้ได้จริง
  • ยอดขายและความคิดเห็นของลูกค้าต่อเมนูตามฤดูกาล
  • จำนวนผู้ผลิตที่ร้านซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และความชัดเจนของข้อมูลแหล่งที่มา

สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปตารางรายเดือน เช่น ชนิดวัตถุดิบ แหล่งผลิต ราคาต่อหน่วย อัตราของเสีย และคะแนนคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบหลายเดือน ร้านจะเห็นได้ว่ารายการใดเหมาะเป็นเมนูประจำ รายการใดควรใช้เฉพาะฤดูกาล และรายการใดต้องหาผู้จัดหาสำรอง

ข้อควรระวังในการสื่อสารเรื่องวัตถุดิบท้องถิ่น

คำว่า “ท้องถิ่น” อาจตีความได้หลายแบบ ร้านจึงควรกำหนดขอบเขตและอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ เช่น วัตถุดิบมาจากอำเภอใด หรือซื้อจากกลุ่มผู้ผลิตในจังหวัดใด หากใช้วัตถุดิบบางรายการจากพื้นที่ใกล้เคียง แต่รายการอื่นมาจากแหล่งทั่วไป ควรระบุเฉพาะรายการที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรทำให้เข้าใจว่าวัตถุดิบทั้งหมดมาจากท้องถิ่น

อีกประเด็นคือการหลีกเลี่ยงการเหมารวมว่าอาหารท้องถิ่นย่อมดีต่อสิ่งแวดล้อมหรือปลอดภัยกว่าเสมอ ควรสื่อสารตามหลักฐานที่มี และให้ความสำคัญกับวิธีผลิต การขนส่ง การเก็บรักษา และมาตรฐานสุขอนามัยควบคู่กัน

สรุป: เลือกวัตถุดิบท้องถิ่นโดยยึดเมนู คุณภาพ และความจริง

การเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นให้เหมาะกับร้านอาหารเริ่มจากนิยามแหล่งที่มาให้ชัด แล้วพิจารณารสชาติและหน้าที่ในเมนู ฤดูกาล ปริมาณ ความปลอดภัย ต้นทุนรวม และความสอดคล้องกับแนวคิดร้าน การทำงานร่วมกับผู้ผลิตอย่างเป็นระบบและติดตามตัวชี้วัดช่วยให้ร้านรักษาคุณภาพ ลดความเสี่ยง และวางแผนเมนูได้ยืดหยุ่น

เริ่มได้จากวัตถุดิบหนึ่งหรือสองชนิดที่มีความโดดเด่นในพื้นที่ ทดลองใช้จริง เก็บข้อมูลต้นทุนและความคิดเห็นลูกค้า แล้วค่อยขยายเมื่อระบบจัดซื้อพร้อม การบอกที่มาอย่างโปร่งใสและไม่กล่าวอ้างเกินจริงจะช่วยให้คุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่นน่าเชื่อถือ และสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งกับร้าน ลูกค้า และผู้ผลิต

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ: ข้อมูลและแนวคิดเกี่ยวกับระบบอาหารที่ยั่งยืน เว็บไซต์องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
  • องค์การอนามัยโลก: หลักพื้นฐานด้านความปลอดภัยอาหาร “ห้ากุญแจสู่อาหารปลอดภัย” เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก
  • องค์การอนามัยโลก: แนวทางสุขลักษณะอาหารและการป้องกันโรคจากอาหาร เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก

Related Posts

ทำไมร้านอาหารชั้นนำถึงหันมาเน้น ‘Locally Sourced’ มากขึ้นในยุคนี้?

การหันมาเน้นวัตถุดิบ ‘Locally Sourced’ ในร้านอาหารชั้นนำ ‘Locally Sourced’ หรือการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น หมายถึงการเลือกวัตถุดิบที่ผลิตในพื้นที่ใกล้เคียงกับร้านอาหารเอง โดยที่ร้านอาหารชั้นนำในยุคปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับแนวทางนี้มากขึ้น ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ความยั่งยืน การสนับสนุนชุมชน รวมถึงคุณภาพของอาหารที่ดีขึ้น ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอุตสาหกรรมอาหารต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่าร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมีความนิยมเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา…

อาหารปราศจากกลูเตน คือ อะไร มีอะไรบ้าง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่ากลูเตนมาบ้างไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังได้ยินแว่ว ๆ มาด้วยว่าบางคนแพ้กลูเตนแล้วจำเป็นต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหาร ดังนั้นเพื่อเป็นการทำความรู้จักให้มากขึ้น เราจะพาไปดูว่าจริง ๆ แล้วกลูเตน คือ อะไร และมีอาหารแบบไหนบ้างที่มีกลูเตน กลูเตน คือ อะไร กลูเตนจัดเป็นสารอาหารกลุ่มโปรตีนที่สามารถพบได้ในธัญพืชเป็นหลัก เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ รวมไปถึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญของการทำขนมปังหรืออบขนมเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่ยืดหยุ่นและนุ่มฟู  โดยทั่วไปการบริโภคกลูเตนเข้าสู่ร่างกายไม่ก่อให้เกิดอันตราย…

ประโยชน์ของการกินอาหารที่ปรุงสดใหม่ทุกวันซึ่งดีต่อสุขภาพลำไส้และระบบภูมิคุ้มกัน

ประโยชน์ของอาหารที่ปรุงสดใหม่ทุกวันต่อสุขภาพลำไส้และระบบภูมิคุ้มกัน อาหารที่ปรุงสดใหม่ทุกวันหมายถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการเตรียมและบริโภคในเวลาที่ใกล้เคียงกันโดยไม่มีการเก็บไว้เป็นเวลานาน ซึ่งช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการและป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรค การกินอาหารประเภทนี้มีผลดีอย่างมากต่อสุขภาพลำไส้และระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากอาหารสดใหม่ช่วยส่งเสริมการทำงานของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ รวมถึงเพิ่มความสามารถของร่างกายในการต่อต้านเชื้อโรคและลดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ในบทความนี้จะอธิบายประโยชน์ของอาหารที่ปรุงสดใหม่ในหลากหลายมุมมอง รวมถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสถิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมความเข้าใจถึงความสำคัญของการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูงและสดใหม่สำหรับสุขภาพโดยรวม นิยามและความสำคัญของอาหารที่ปรุงสดใหม่สำหรับสุขภาพลำไส้ อาหารที่ปรุงสดใหม่หมายถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงทันทีหลังจากเตรียมวัตถุดิบใหม่โดยไม่เก็บไว้ในระยะเวลานาน เช่น การทำอาหารในวันนั้นเลยโดยไม่แช่แข็งหรือเก็บในตู้เย็นเป็นเวลานาน ดร.มาริซา โนวาโร นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกากล่าวว่า อาหารสดใหม่ช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุที่เสื่อมสลายได้ง่าย เช่น วิตามินซีและโฟเลต ที่จำเป็นต่อสุขภาพของลำไส้และระบบภูมิคุ้มกัน…